แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ ออกแบบรถ แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ ออกแบบรถ แสดงบทความทั้งหมด

วันจันทร์ที่ 8 กันยายน พ.ศ. 2551

That's my Wing



เป็นเรื่องเป็นราวอึกอัก กลืนไม่เข้าคายไม่ออกของวงการ Design language
เมื่อตั้งแต่ Kia ลาก Peter Scheyer มาเป็นหัวหน้าชุดทะลวงฟัน
ฝ่าดงหญ้าของภาษาออกแบบที่พันกันยุ่งอีนุงตุงนังของหลากหลายยี่ห้อ
หลากหลายchief และหลากหลาย designer

ที่พากันโหมกระหน่ำ สร้างงานทดลอง design language
จาก DNA เดิม ลากกันไปยังสุดโต่งเกือบตกขอบของการรับรู้
ว่ามันยังเป็นภาษาเดิมอยู่

เล่นกันตั้งแต่สุภาพเรียบร้อย ยันกระโชกโฮกฮากสุดๆ


ฟังไม่รู้เรื่อง ไม่ได้ศัพท์ ล้มเหลวไม่เป็นท่าไปแล้วก็หลายโปรเจ็ก..



เฮียเชรเยอร์แกมาจากเอาดิ่ ก็พกภาษาล่าสุดของวงการออกแบบมาด้วย

เป็น butterfly's wing language ซึ่งใหม่เอี่ยมอ่องของระดับแบรนด์
แต่เห็นนานแล้วพร้อมๆกับ Hexa & pararell line จากงานนักศึกษา แถบๆ RCA และ Coventry.



งานนักศึกษาคาดการณ์แนวนี้ไว้รอแต่บ.รถยนต์ไหนจะรวบรวมแนวคิดให้เป็นรูปธรรมและset ให้เป็น Language ใหม่ขึ้นมา

ระหว่างนั้น ก็มี brand ต่างๆลองให้รถคอนเซ็ปตัวเองพูดไว้หลายคันอยู่

เฮียเชรเยอร์ที่เป็นคนทำเส้นไว้ที่ Audi TT เอามาใช้เป็นของที่ทำงานใหม่แกซะเลย
เป็นแนวก้ำกึ่งของยูโรเปี้ยน และตะวันออกแบบ Wings ของHonda ตอนนี้


เลยกลายเป็นว่า Wings ใน Design language นั้นมีพูดกัน 2 ยี่ห้อ
เจ้าเดิมคือฮอนด้า เป็น Wing of Dream ขายความฝัน
ส่วนเจ้าใหม่ Kia เป็น Wing of Technology ประมาณนั้น แกยังไม่ได้ระบุ





wing กับ butterfly symbol นั้น kia ฉวยโอกาสที่เปิด design center ใหม่
ก็จะทดลองเอามา match กันให้ได้ก่อน

Kia Kee คือตัวที่ดูชัดเจนที่สุดที่สั่นสะเทือนวงการในหมัดแรกๆ
หลังๆ ใครๆก็เอาภาษาแบบ kee ไปใส่ในรถตัวเอง




สวยกันไปคนละแบบสองแบบ



ต้องว่ากันยาวๆ

รถเลือกคน ไม่ใช่คนเลือกรถ











เป็นงานเป็นการหน่อยดีกว่า
เริ่มตรงไหนดี..


คนไทยซื้อรถผิดจุดประสงค์ค
นทำ - ดีไหม

แม้จุดประสงค์แท้จริงแล้วสูงสุดก็คือซื้อและเอาเงินมาให้ตรูซะดีๆอยู่แล้วก็ตาม

แต่เอาจากมุมคนทำแล้ว คนไทยซื้อรถผิดวิธี












เรื่องที่เห็นผ่านสื่อหนังสือ เว็บบอร์ด นักวิจารณ์ผู้เชี่ยวชาญรถ
เหล่านี้ทั้งหลายทั้งปวงผมถือเป็นองค์ความคิดรวมของสังคมได้ไหม

เพราะใครจะซื้อรถ หรือสนใจรถ ก็
ต้องอ่าน
อ่านแล้วก็คิดตาม


คลื่นก็จะรวมๆกันในสังคมก่อตัวเป็นองค์ความคิดรวมของสังคมนั้นๆต่อเรื่องใดๆ


วกวนดีแท้

แต่เอางี้

ขั้นแรก จำเรื่องทรานส์ฟอร์เมอร์ได้ไหม
หมอคนขายรถนั่นบอกว่า

คนไม่ได้เลือกรถ รถต่างหากที่เลือกคน - ถูก!!

คำพูดนี้ถูกต้องแบบย้อนไปถึงเส้นแรกที่ลากลงบนกระดาษเลยทีเดียว
เพราะก่อนจะลากเส้นแรกนั้น รถคันนั้นได้ระบุเจ้าของไว้ก่อนแล้ว


ว่าเป็นใคร ทำอะไร ที่ไหน อายุเท่าไหร่ รายได้เท่าไหร โสดหรือมีครอบครัว
แนวทางการใช้ชีวิตเป็นอย่างไร

ข้อมูลทั้งหลายทั้งปวงเหล่านี้ถูกสังเคราะห์
และวิเคราะห์จนออกมาได้เป็นข้อสรุปของฟังค์ชั่

และทิศทางของอะไรทุกอย่างมาตั้งแต่ไหนแต่ไร


เป็นเรื่องปกติที่ใครเรียนวิจั
ย หรือการตลาดรู้ดี
ถึงเรื่องการวางตำแหน่งของผลิตภัณฑ์

แต่ที่ถูกกว่านั้นไปอีกก็คือ
รถแต่ละคันแทบจะต้องระบุบุคคลจากการรู้จักได้เลยทีเดียว

ว่ารถคันนี้ถูกทำมาให้ใคร
ระบุได้จากสิ่งแรกเลยคือประเภทรถ(Type) ขนาด(size&scale)
สัดส่วน(Proportion) และเส้นสายเอกลักษณ์(DNA & DesignLanguage)

เช่น คนขับแอคคอร์ดกับคัมรี เป็นกลุ่มที่ใกล้เคียงกันมาก
เขาระบุตัวตนได้อย่างไร - แต่เขาระบุไว้แล้วชัดเจน


หากไม่คิดแบบไทย ที่ว่าคัมรี่กับแอคคอร์ดตัวไหนน่าเล่นกว่ากัน
ได้ออพชั่นอะไรบ้าง ช่วงล่างยังไง อันไหนคุ้มกว่า

การเริ่มคิดเพื่อออกแบบรถนั้น เขาเริ่มจากอีกอย่างครับ

หันมาย้อนดูตัวเลย - คุณเป็นใคร
คุณเป็นใคร เป็นตัวคุณเองให้ดีที่สุด

เข้าใจตัวเองให้ชัดที่สุดแล้วจะรู้ว่าคัมรี่กับแอคคอร์ดแบ่งแคแร็คเตอร์ลูกค้ากันตรงไหน
จุดละเอียดอ่อนบางตรงไหนที่แบ่งความเป็นคัมรี่กับแอคคอร์ด

บารมี..

คนขับคัมรี่กับแอคคอร์ด คนออกแบบจะแบ่งสองคนออกจากกันด้วยบารมีของแต่ละคน
แต่ละคนมีบารมีคนละอย่าง


คนขับคัมรี่ หากมองจากพรอพพอร์ชั่นก่อนก็ต้องบอกว่าเป็นคนมีความเพ้อฝันน้อยกว่าแอคคอร์ด

มิติแสงเงาค่อนข้างเกิดขึ้นภายในฟอร์มหลักที่ยูนิตี้
ไม่มีความสะบัดหรือหักเลี้ยวรุนแรงแบบผลีผลาม

ที่สำคัญแอคคอร์ด ให้ภาพที่มีความทะเยอทะยานเชิงเทคโนโลยีมากกว่าคัมรี่

อะไรประมาณนั้น


ง่ายกว่านั้นก็คือ

หากมีแค่สองตัวเลือกนี้ ผู้บริหารหนุ่มกำลังอยากได้รถมาขับทำงานเองสักคัน
คัมรี่จะเป็นของผู้บริหารที่ออกแนวบริหาร ทั้งคน ทั้งงาน
ส่วนแอคคอร์ดจะเป็นของผู้บริหารที่ออกแนวเทคโนโลยี

จำพวกลูกเจ้าของที่มารับช่วงสร้างแผนกอาร์แอนด์ดี ก็เข้าทีอยู่
อันนี้ยังก้ำกึ่ง
แต่คนซื้อรถ(แบบที่รถระบุเจ้าของไว้)จะทำอย่างนั้นจริงๆ

ซึ่งเรื่องแบบนี้พิสูจน์ได้ยากในตลาดเมืองไทย ที่ซื้อรถกันเยอะมาก

แต่เห็นถามเรื่องตัวไหนน่าเล่นแล้วผมรู้สึกหงุดหงิด
เพราะเรื่องทางวิศวกรรม หรือทางเทคโนโลยี
หากเป็นรถร่วมสมัยเดียวกันแล้ว ผมว่าให้เป็นเรื่องรองไว้ดีกว่า

เรื่องความคุ้ม ไม่ต้องก็ได้ หากคุณเป็นกลุ่มเป้าหมายของรถคันนี้จริง
ราคารถและของแถมไม่จำเป็นต้องเอามาเป็นเหตุผลหลัก


รถสมัยนี้เขาสร้างมาสำหรับการบริโภคเชิงสถานะอยู่แล้ว


เราสนับสนุนให้คนไทยซื้อรถแบบให้รู้จักตัวเองดีๆ

แล้วค่อยมองไปที่รถคันนั้นไม่ต้องลึกมาก แต่ให้รู้จักเข้าใจและปิ๊งกัน



แล้วค่อยซื้อ จะได้ไม่ทำร้ายน้ำใจคนทำ